รีวิว HI-SHIELD 3D Strong Max กระจกนิรภัยกันรอยชั้นพรีเมียมสำหรับ iPhone 7

รีวิว HI-SHIELD 3D Strong Max กระจกนิรภัยกันรอยชั้นพรีเมียมสำหรับ iPhone 7

วันที่เริ่ม: 30-11--1 วันสิ้นสุด: 30-11--1

หมวดหมู่:  Home » บทความ » บทความไอที

โดย: hishieldgadget

วันที่ 2017-08-17 18:19:25 | ผู้ชม: 965 | ID: #190965

รีวิว HI-SHIELD 3D Strong Max กระจกนิรภัยกันรอยชั้นพรีเมียมสำหรับ iPhone 7 สวยเต็มจอด้วยขอบโค้งมนบางเฉียบ พร้อมความแข็งแกร่งระดับ 9H และติดตั้งง่ายใน 1 นาที!

 

สวัสดีครับ ในขณะนี้ iPhone 7 สมาร์ทโฟนเรือธงตัวท็อปรุ่นใหม่ล่าสุดจาก Apple ก็ได้เริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในบ้านเราแล้ว ซึ่งแน่นอนว่าราคาค่าตัวของ iPhone 7 ก็ไม่ใช่น้อยๆ เพราะแค่รุ่นเริ่มต้นก็มีราคาถึง 2 หมื่นกลางๆ เลยทีเดียว ดังนั้นเพื่อไม่ให้เครื่อง iPhone 7 สุดรักสุดหวงของเราเกิดความเสียหาย หรือจากไปก่อนวัยอันควร เห็นทีว่าเราก็ต้องหาตัวช่วยมาเสริมความแข็งแกร่งให้กับ iPhone 7 กันบ้างแล้วล่ะครับ ซึ่งหนึ่งในอุปกรณ์เสริมที่อยากจะแนะนำให้มีติดเครื่องกันไว้ก็คือกระจกนิรภัยกันรอย และในวันนี้เราก็มีกระจกนิรภัยกันรอยแบบเต็มจอระดับพรีเมียมสำหรับ iPhone 7 หนึ่งรุ่นมาแนะนำกัน นั่นก็คือ HI-SHIELD 3D Strong Maxซึ่งจะแข็งแกร่ง และพรีเมียมขนาดไหน ไปติดตามกันได้เลยครับ

แกะกล่องกระจกนิรภัยกันรอย HI-SHIELD 3D Strong Max for iPhone 7

สำหรับกระจกนิรภัยกันรอย HI-SHIELD 3D Strong Max สำหรับ iPhone 7 นั้นมีให้เลือก 2 สีด้วยกัน ได้แก่ สีดำ และสีขาว ซึ่งก่อนซื้อก็ต้องสังเกตสติ๊กเกอร์ระบุสีตรงมุมกล่องให้ดีก่อนนะครับ
 

มีสติ๊กเกอร์ 3D Strong Max แปะไว้ให้เห็นแบบชัดๆ ซึ่งขอบกระจกนี้จะมีความโค้งมนรับกับหน้าจอได้แบบพอดิบพอดี

ผลิตจาก Tempered Glass คุณภาพสูงที่มีความแข็งแกร่งระดับ 9H พร้อมขอบโค้งมนด้านข้าง กับกระจกที่บางเฉียบเพียง 0.33 มิลลิเมตร โดยใช้วัสดุคุณภาพสูงจากญี่ปุ่น และ Corning Gorilla Glass จากสหรัฐอเมริกา

ส่วนจุดขายสำคัญอื่นๆ ก็คือเทคโนโลยี Nano Plating Coating ที่ช่วยให้มีพื้นผิวสัมผัสที่เรียบลื่น พร้อมป้องกันรอยนิ้วมือ, ป้องกันรอยขีดข่วน และการกระแทกได้ดีเยี่ยม, เทคโนโลยี Oleophobic และ Hydrophobic Coating ที่ช่วยแยกน้ำมันออกจากผิวกระจก ให้สัมผัสเรียบลื่น และทำความสะอาดง่าย และการแสดงผลที่คมชัดสีสันสดใส

เมื่อแกะกล่องออกมาก็จะพบกับตัวของกระจกนิรภัยกันรอยที่ออกแบบมาเพื่อ iPhone 7 โดยเฉพาะ โดยที่ด้านหลังของกระจกจะเป็นแผ่นพลาสติกที่จะต้องแกะออกก่อนทำการติดกับหน้าจอ ส่วนที่ขอบด้านข้างจะเห็นว่ามีความโค้งมนรับกับหน้าจอได้อย่างลงตัวราวกับเป็นชิ้นเดียวกัน

มีฟิล์มกันรอยแบบใสที่เอาไว้สำหรับติดด้านหลังตัวเครื่องของ iPhone 7 ซึ่งจะเห็นว่ามีการเว้นส่วนของกล้องถ่ายภาพเอาไว้ให้

มีสติ๊กเกอร์สำหรับแปะเพื่อแก้ไข หรือจัดตำแหน่งของการติดฟิล์ม พร้อมสติ๊กเกอร์สำหรับเก็บฝุ่นบนหน้าจอ

มีผ้าชุบแอลกอฮอล์สำหรับเช็ดทำความสะอาดหน้าจอก่อนทำการติดตั้งกระจกนิรภัยกันรอย

มีผ้าไมโครไฟเบอร์คุณภาพสูงสำหรับเช็ดทำความสะอาดหน้าจอ และตัวเครื่อง

ส่วน HI-SHIELD 3D Strong Max นอกจากจะมีสีดำแล้ว ก็จะมีสีขาวให้เลือกด้วยนะครับ แต่สีขาวดูแล้วน่าจะเหมาะกับ iPhone 7 สีทอง, สีทองกุหลาบ และสีเงิน มากกว่า

วิธีติดตั้งกระจกนิรภัยกันรอย HI-SHIELD 3D Strong Max for iPhone 7 ง่ายๆ ใน 1 นาที

สำหรับวิธีการติดตั้งกระจกนิรภัยกันรอยก็ไม่ยากอย่างที่คิดนะครับ เรียกว่าง่ายกว่าการติดฟิล์มกันรอยทั่วไปเป็นอย่างมาก โดยขั้นแรกให้ทำความสะอาดพื้นผิวหน้าจอด้วยผ้าชุบแอลกอฮอล์ที่มีแถมมาให้ในกล่องเสียก่อน เพื่อกำจัดความมัน หรือความสกปรกออกไป

ต่อจากนั้นให้นำผ้าไมโครไฟเบอร์ที่มีแถมมาให้ในกล่องเช็ดคราบแอลกอฮอล์ให้เกลี้ยง

ต่อด้วยการนำแผ่นสติ๊กเกอร์มาเก็บฝุ่นที่หน้าจอ โดยก่อนเริ่มติดต้องพยายามเก็บไม่ให้มีฝุ่นเหลืออยู่บนหน้าจอแม้แต่น้อย เพราะฝุ่นเพียงแค่จุดเดียวก็อาจทำให้การติดตั้งกระจกนิรภัยเกิดตำหนิที่ไม่สวยงามได้ง่ายๆ

เมื่อแน่ใจว่าไม่มีเศษฝุ่นหลงเหลืออยู่บนหน้าจอแล้ว ก็ให้เริ่มทำการแกะแผ่นพลาสติกหลังตัวกระจกนิรภัยออกมา เพื่อเตรียมสำหรับการติดตั้ง

เพื่อตำแหน่งการติดตั้งมีความแม่นยำขึ้น ก็แนะนำให้กดปุ่มโฮมก่อนเพื่อให้หน้าจอสว่างขึ้นมา ซึ่งจะช่วยให้สามารถเห็นขอบของหน้าจอได้อย่างชัดเจน แล้วค่อยๆ วางตัวแผ่นกระจกลงไปอย่างช้าๆ ให้ตรงกับขอบหน้าจอมากที่สุด รวมถึงต้องเล็งให้ตรงกับตำแหน่งของลำโพงเสียง กับปุ่มโฮมด้วยเช่นกัน

และเมื่อมั่นใจว่าตำแหน่งในการวางถูกต้องดีแล้ว ก็ให้ใช้นิ้วกดลงไปบริเวณตรงกลางของแผ่นกระจก ซึ่งตัวแผ่นกระจกจะทำการดูดติดกับหน้าจอแบบอัตโนมัติหมดแทบทั้งแผ่น จนเราแทบไม่ต้องเสียเวลามาไล่ฟองอากาศให้ยุ่งยากเหมือนกับฟิล์มกันรอยทั่วๆ ไปเลยครับ

เมื่อติดกระจกนิรภัยกันรอยที่ด้านหน้าเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลามาติดฟิล์มกันรอยที่ด้านหลังของตัวเครื่องกันต่อครับ ซึ่งก็ต้องมีการใช้สติ๊กเกอร์แปะเพื่อเก็บฝุ่นออกให้หมดก่อนเช่นกัน

เมื่อจัดการพื้นผิวด้านหลังให้สะอาดไร้ฝุ่นแล้ว ก็เริ่มทำการติดฟิล์มด้วยการลอกฟิล์มชั้นที่ 1 ออกไปก่อน

จากนั้นก็ให้ทาบตัวฟิล์มให้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องแม่นยำมากที่สุด

เมื่อมั่นใจว่าตำแหน่งของการติดฟิล์มมีความถูกต้องแม่นยำดีแล้ว ก็ให้ทำการรีดฟองอากาศออกมาให้ได้มากที่สุด แต่ด้วยพื้นผิวของ iPhone 7 เครื่องนี้เป็นพื้นผิวแบบด้าน (Black) เพราะฉะนั้นตัวฟิล์มก็อาจจะมีความขุ่นหลงเหลืออยู่บ้าง แต่ถ้าหากเป็นพื้นผิวมันวาวแบบสี Jet Black การติดฟิล์มก็น่าจะดูใสเนียนกว่านี้อีกพอสมควร

เมื่อรีดเอาฟองอากาศออกไปหมดแล้ว ก็ให้ทำการลอกฟิล์มชั้นที่ 2 ซึ่งเป็นชั้นฟิล์มที่ไม่ได้ใช้งานออกไป โดยให้ลอกออกอย่างช้าๆ และระมัดระวัง เพื่อไม่ให้ชิ้นงานเกิดความเสียหาย

และเมื่อลอกฟิล์มชั้นที่ 2 สองออกไปเรียบร้อยแล้ว ก็ให้ทำการรีดเก็บฟองอากาศที่เหลืออีกเล็กน้อยก็เป็นอันเสร็จ

ตัวอย่างของตัวเครื่อง iPhone 7 สวยๆ งามๆ หลังจากการติดตั้งกระจกนิรภัยกันรอย HI-SHIELD 3D Strong Max

และนี่ก็คือตัวอย่างของตัวเครื่อง iPhone 7 เมื่อติดตั้งกระจกนิรภัยกันรอยที่ด้านหน้า และฟิล์มกันรอยที่ด้านหลังเรียบร้อยแล้วครับ

เมื่อติดตั้งกระจกนิรภัยกันรอย HI-SHIELD 3D Strong Max เข้ากับหน้าจอของ iPhone 7 เรียบร้อยแล้ว ก็จะพบว่าตัวกระจกนั้นดูมีความกลมกลืนกับหน้าจอเดิมๆ ของ iPhone 7 เป็นอย่างยิ่ง รวมทั้งลำโพงเสียงด้านบน, เซ็นเซอร์ต่างๆ และปุ่มโฮมที่ด้านล่าง เรียกได้ว่าแนบเนียนแทบจะเป็นชิ้นเดียวกัน ด้วยความบางเฉียบของตัวกระจกเพียง 0.33 มิลลิเมตร และขอบโค้งมนรับกับตัวเครื่องแบบ 3D Curve 360 องศา

ทดสอบประสิทธิภาพในการใช้งาน และความแข็งแกร่งทนทานของกระจกนิรภัยกันรอย HI-SHIELD 3D Strong Max for iPhone 7

ส่วนประสิทธิภาพของการแสดงผลหลังจากติดกระจกนิรภัยกันรอยก็แทบไม่แตกต่างจากจอแสดงผลเดิมๆ ยังคงมีความสว่าง มีความละเอียดคมชัด และมีสีสันที่สดใส

สำหรับพื้นผิวสัมผัสก็มีความเรียบลื่นเป็นอย่างดี และมีการตอบสนองที่รวดเร็วทันใจไม่ต่างกับตอนที่ไม่ได้ติดกระจกนิรภัยแต่อย่างใดครับ

หลังจากติดตั้งกระจกนิรภัยกันรอยแล้ว ก็ยังสามารถนำเคสรูปแบบต่างๆ สำหรับ iPhone 7 มาสวมใส่ได้ตามปกตินะครับ อย่างเช่นเคสซิลิโคนใสอันนี้ เมื่อนำมาใส่แล้วจะเห็นว่าแนบเข้ารูปพอดีกับตัวเครื่องโดยไม่มีส่วนใดที่ทับซ้อนกัน เพราะฉะนั้นผู้ที่กำลังหาซื้อเคสมาใส่ก็สบายใจได้

ด้วยเทคโนโลยี Oleophobic Coating จึงช่วยลดการเกาะตัวของน้ำ หรือความมันบนพื้นผิว ซึ่งจะเห็นได้ว่าเมื่อกระจกโดนน้ำ น้ำก็เกิดรูปทรงเป็นเม็ด และไหลออกจากพื้นผิวได้โดยง่าย

และด้วยเทคโนโลยี Hydrophobic Coating ก็สามารถช่วยป้องกันความชื้นได้เป็นอย่างดี

สำหรับรอยนิ้วมือ, คราบมัน หรือคราบเปื้อนต่างๆ เท่าที่ทดสอบดู ก็สามารถป้องกันได้ดีครับ หากเป็นคนที่มือไม่มัน หรือไม่มีเหงื่อมากจริงๆ ก็ยากที่จะเห็นรอยนิ้วมือบนหน้าจอ แต่หากเป็นคนที่มือมัน หรือมีเหงื่อมากๆ ก็อาจเกิดรอยนิ้วมือได้บ้าง แต่ก็สามารถเช็ดทำความสะอาดได้ง่ายครับ

หากท่านใดยังสงสัยว่ากระจกนิรภัยนี้จะกันรอยขีดข่วนได้ดีขนาดไหน ลองมาดูการทดสอบต่อจากนี้ครับ เริ่มจากทดสอบเบาๆ ด้วยปากกา Apple Pencil ซึ่งก็แน่นอนว่าไม่สามารถทำอะไรกระจกนิรภัยนี้ได้

ต่อด้วยการขูดด้วยเหรียญ ทั้งเหรียญเล็ก เหรียญใหญ่ ก็จะเห็นว่าไม่เกิดริ้วรอยแม้แต่น้อย แม้จะออกแรงขูดอย่างแรงแล้วก็ตาม

ต่อด้วยการขูดด้วยดินสอกด ซึ่งปลายดินสอจะเป็นโลหะที่ค่อนข้างแหลม แต่ออกแรงขูดเท่าไหร่ก็ไม่สามารถทำให้เกิดริ้วรอยได้เช่นกัน

ขอลองอาวุธใหม่ใกล้ๆ ตัวอย่างน็อตหลังเคสคอมพิวเตอร์บ้างครับ ซึ่งก็เป็นโลหะที่แข็ง และคมพอประมาณ แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรกับกระจกนี้ได้อีกเช่นเคย

ต่อด้วยคลิปหนีบกระดาษโลหะ ที่มีความแหลมคมเช่นกัน ซึ่งก็เป็นไปตามคาด คือไม่สามารถทำให้เกิดริ้วรอยได้แม้แต่น้อย

ในเมื่ออาวุธเบาไม่สามารถทำอะไรกับกระจกนิรภัยกันรอยนี้ได้ ก็ยกระดับมาลองอาวุธที่หนักขึ้นกันบ้างครับ เริ่มกันที่กรรไกรสุดแกร่งไซส์ใหญ่ แต่แม้จะออกแรงขูดกันแบบเต็มที่ขนาดไหน ก็ทำร้ายกระจกนี้ไม่ได้

ต่อกันด้วยคัตเตอร์ ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องของความคมกริบ แต่จะขูดอย่างไร หรือขูดทิศทางไหนก็เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับพื้นผิวเลยแม้แต่น้อย

จัดหนักขึ้นอีกนิดด้วยมีดไซส์บิ๊กสุดคมกริบ ซึ่งตอนแรกคาดว่าอาวุธหนักขนาดนี้ก็น่าจะมีลุ้นทำให้เกิดรอยได้บ้าง แต่ผิดคาดคือไม่สามารถทำให้เกิดริ้วรอยได้เลย สรุปแล้วคุณสมบัติในการป้องกันการขีดข่วนของกระจกนิรภัย HI-SHIELD 3D Strong Max รุ่นนี้ผู้ใช้งานสามารถมั่นใจได้เต็มร้อยอย่างแน่นอนครับ
 

มาต่อด้วยการทดสอบแรงกระแทก หรือแรงตกกระทบ ที่เกิดกับหน้าจอกันบ้างครับ โดยเริ่มทดสอบด้วยการปล่อยเหรียญลงบนกลางหน้าจอโดยตรง ที่ความสูงประมาณ 1 ฟุต ซึ่งจะเห็นว่ากระจกไม่เกิดอาการร้าว หรือแตกแต่อย่างใด ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยทีละเหรียญ หรือการปล่อยหลายๆ เหรียญพร้อมกัน

ต่อจากเหรียญ ก็ขอทดสอบด้วยก้อนหินที่มีน้ำหนักมากขึ้นอีกนิดครับ เริ่มด้วยการปล่อยตกทีละก้อน และต่อด้วยการปล่อยตกที่ละหลายๆ ก้อน ซึ่งจะเห็นว่ากระจกนิรภัยนี้ก็ยังคงมีสภาพใสเนียนไร้ริ้วร้อย และไม่มีการแตกร้าวใดๆ เกิดขึ้นแม้แต่น้อย

สรุปส่งท้ายกับกระจกนิรภัยกันรอย HI-SHIELD 3D Strong Max for iPhone 7

ราคาค่าตัวของกระจกนิรภัยกันรอย HI-SHIELD 3D Strong Max สำหรับ iPhone 7 รุ่นนี้จะอยู่ที่ 1,190 บาท ส่วนถ้าเป็นของ iPhone 7 Plus จะอยู่ที่ 1,290 บาท ซึ่งแน่นอนว่าเป็นราคาที่สูงกว่าฟิล์มกันรอยทั่วไป แต่ถ้าเทียบกับคุณสมบัติมากมายข้างต้น ก็ถือว่าสมราคาครับ เพราะสิ่งที่ได้กลับมานั้นมีทั้งความแข็งแกร่งทนทานในระดับสูง, วัสดุระดับพรีเมียม, มีประสิทธิภาพในการใช้งานที่ยอดเยี่ยม, ติดตั้งได้ง่าย, ใส่เคสได้ทุกรูปแบบ และเมื่อประกอบเข้ากับ iPhone 7 แล้วมีความสวยลงตัวเป็นอย่างยิ่ง เรียกได้ว่าเป็นอุปกรณ์เสริมอีกชิ้นหนึ่งที่อยากแนะนำสำหรับผู้ใช้ iPhone 7 ครับ สำหรับวันนี้ก็คงต้องขอลาไปก่อน พบกันได้ใหม่ในโอกาสหน้า สวัสดีครับ

นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com



Related