โรงงานน้ำตาลรุมประมูลไฟฟ้าไฮบริด ทั่วอีสานจ่อผุดชีวมวลเข้าระบบ 300 MW

โรงงานน้ำตาลรุมประมูลไฟฟ้าไฮบริด ทั่วอีสานจ่อผุดชีวมวลเข้าระบบ 300 MW

วันที่เริ่ม: 30-11--1 วันสิ้นสุด: 30-11--1

วันที่ 2017-09-09 20:43:40 | ผู้ชม: 150 | ID: #193310

โรงงานน้ำตาลรุมประมูลไฟฟ้าไฮบริด ทั่วอีสานจ่อผุดชีวมวลเข้าระบบ 300 MW

โรงงานน้ำตาลพื้นที่ภาคอีสานเตรียมแห่ยื่นขอผลิตไฟฟ้าแบบ SPP Hybrid Firm บ.น้ำตาลครบุรี เตรียมดันโรงไฟฟ้าที่ อ.สีคิ้ว 40 เมกะวัตต์ ร่วมประมูล ด้าน 3 สมาคมน้ำตาลทรายระบุ หลายรายลุ้น สผ.เคาะ EIA ประมูลครั้งนี้ดุเดือด คาดมีเอกชนร่วมประมูลมากถึง 400 ราย และราคาค่าไฟจะต่ำจากราคาประกาศมาก ด้านเงื่อนไข กกพ.เข้มขึ้น ป้องกันการเร่ขายใบอนุญาต ทุกรายต้องวางหลักทรัพย์ค้ำประกัน 8 ล้าน บ.ต่อ 1 เมกะวัตต์

นายอิสสระ ถวิลเติมทรัพย์ กรรมการ บริษัท น้ำตาลครบุรี จำกัด (มหาชน) หรือ KBS เปิดเผยว่า เตรียมที่จะเข้าร่วมประมูลโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ SPP Hybrid Firm หรือการผสมผสานการใช้เชื้อเพลิงตั้งแต่ 1 ประเภทขึ้นไป ที่กระทรวงพลังงาน โดยคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เตรียมจะประกาศรับซื้อในเร็ว ๆ นี้ โดยขณะนี้บริษัท น้ำตาลครบุรี เตรียมที่จะลงทุนก่อสร้างโรงงานน้ำตาลแห่งใหม่ ในพื้นที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา พร้อมทั้งสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวล กำลังผลิตติดตั้งรวม 40 เมกะวัตต์ ซึ่งวางแผนจะขายไฟฟ้าเข้าระบบ 20 เมกะวัตต์ ส่วนที่เหลือจะใช้ในกระบวนการผลิตน้ำตาลของบริษัท ซึ่งขณะนี้รอเพียงการพิจารณาแบบประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (EIA) จากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ที่ได้ดำเนินการยื่นพร้อมทั้งปรับปรุงแก้ไขตามข้อแนะนำมาแล้ว 2 ครั้ง และคาดว่าจะผ่านการพิจารณาในเร็ว ๆ นี้

ทั้งนี้ ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือไม่ได้มีเพียงโรงงานของบริษัท น้ำตาลครบุรีที่มีความพร้อมเท่านั้น แต่เกือบทุกโรงงานน้ำตาลในพื้นที่ทั้งหมด มีความพร้อมที่จะเข้าร่วมประมูลเช่นกัน เช่น กลุ่มน้ำตาลบุรีรัมย์ กลุ่มน้ำตาลมิตรผล ฯลฯ ซึ่งเมื่อประเมินศักยภาพเบื้องต้นในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือทั้งหมด สามารถผลิตไฟฟ้าเข้าระบบได้สูงถึง 200-300 เมกะวัตต์ ซึ่งบางโรงงานน้ำตาลบางส่วนได้ก่อสร้างโรงไฟฟ้าแล้วเสร็จแล้ว แต่ไม่มีการเดินเครื่องผลิต เนื่องจาก กกพ.ได้ชะลอการเปิดรับซื้อไฟฟ้าก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม ภาคเอกชนมีความกังวลถึงช่วงเวลาที่ กกพ.จะกำหนดให้ผู้ชนะการประมูลต้องผลิตไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ว่าจะเป็นในช่วงใด เพราะขณะนี้มีหลายบริษัทที่ยังอยู่ในระหว่างการจัดทำ EIA

“การแข่งขันสูงมากสำหรับการเปิดประมูลครั้งนี้ เพราะ กกพ.เปิดรับซื้อ 300 เมกะวัตต์ เฉพาะแค่บริษัทกลุ่มน้ำตาลก็เต็มแล้ว ยังไม่รวมภาคอื่น ๆ ที่มีความพร้อมอีก แต่ทางเราก็เตรียมความพร้อมไว้ค่อนข้างดี เชื่อมั่นว่าจะสามารถแข่งขันกับรายอื่นได้ แต่ยังกังวลว่า EIA จะผ่านการพิจารณาในช่วงไหน เพราะโรงงานน้ำตาลที่อำเภอสีคิ้ว ใช้เวลาในการจัดทำ EIA รวม 1 ปีกว่า และยื่นต่อ สผ.ไปแล้วอีกประมาณ1 ปีกว่าเช่นกัน”

ด้านนายสันติ รัตนสุวรรณ ประธานคณะทำงานด้านพลังงานไฟฟ้าชีวมวล ภายใต้ 3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทราย กล่าวว่า กลุ่มโรงงานน้ำตาลรวม 52 โรง พร้อมที่จะเข้าร่วมประมูลในโครงการผลิตไฟฟ้ารูปแบบ SPP Hybrid Firm ที่คาดว่า กกพ.จะประกาศเงื่อนไขต่าง ๆ และให้ยื่นประมูลภายในเดือนกันยายนนี้ โดยมีการคาดการณ์ว่า ทั้งกลุ่มโรงงานน้ำตาลและนักลงทุนอื่นที่สนใจจะเข้ามายื่นประมูล 300-400 ราย ซึ่งเท่ากับว่าการแข่งขันสูงมาก และคาดว่าอัตราค่าไฟฟ้าจะต่ำมาก จากที่ กกพ.ประกาศไว้ที่ 3.66 บาท/หน่วย นอกจากนี้ กกพ.ยังระบุเงื่อนไขเพื่อป้องกันการเข้ามาประมูลแล้วนำใบอนุญาตไปขายต่อ โดยที่ไม่มีการพัฒนาโรงไฟฟ้าให้เกิดขึ้นจริง ด้วยการกำหนดหลักทรัพย์ค้ำประกันที่สูงขึ้น และต้องจ่ายพร้อมกันกับการยื่นประมูล สำหรับกำลังผลิต 1 กิโลวัตต์ อยู่ที่ 8,000 บาท กำลังผลิต 1 เมกะวัตต์ อยู่ที่ 800,000 บาท และกำลังผลิต 10 เมกะวัตต์ อยู่ที่ 8 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นความล่าช้าของการพิจารณา EIA ที่หลายโครงการยังอยู่ในระหว่างพิจารณาจาก สผ. และเป็นข้อกังวลของกลุ่มโรงงาน เพราะก่อนหน้านี้ กกพ.ได้กำหนดว่า กำลังผลิตในส่วนของ SPP Hybrid Firm จะต้องผลิตเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) ภายในปี 2562 แต่ได้พิจารณาขยายเวลาออกไป เป็นให้เข้าระบบภายในปี 2564 แล้ว ฉะนั้น คาดว่า กกพ.คงไม่พิจารณาขยายเวลาเพิ่มอีก

“การประมูลรอบนี้เงื่อนไขบีบคั้นมาก ซึ่งคาดว่าค่าไฟฟ้าจะมีราคาต่ำมากเพื่อตัดราคาคู่แข่ง และแต่ละรายมีความพร้อมมากเพราะมีการเตรียมตัวมานาน รวมถึงในการสร้างโรงงานน้ำตาล 1 โรง หากจะให้คุ้มค่าลงทุนมากที่สุดก็ต้องมีโรงไฟฟ้าเพื่อไว้รองรับการผลิตของตัวเอง และขายเข้าระบบด้วย ซึ่งทุกรายมีความพร้อมมาก หรือแม้แต่วัตถุดิบที่จะใช้เป็นเชื้อเพลิง เช่น กากอ้อย ที่คาดว่าในอนาคตก็จะมีการปลูกอ้อยเพิ่มขึ้นอีก”

รายงานข่าวเพิ่มเติมจาก กกพ.ระบุว่า เตรียมเปิดรับซื้อไฟฟ้าใน 4 โครงการ กำลังผลิต 600 เมกะวัตต์ คือ 1) โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ Feed In Tariff ประเภทเชื้อเพลิงก๊าซชีวภาพ (น้ำเสีย) สำหรับพื้นที่จังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส สงขลา เฉพาะอำเภอจะนะ เทพา สะบ้าย้อย และนาทวี 2) โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ SPP Hybrid Firm 3) โครงการพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ FiT สำหรับผู้ผลิตรายเล็กมาก (VSPP Semi Firm) และ 4) โครงการโรงไฟฟ้า-ประชารัฐ สำหรับ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ประเภทชีวมวล




ขอบคุณที่มา   ประชาชาติธุรกิจออนไลน์



Related