ไฮ-คูล ( Hi-Kool) ฟิล์มกรองแสงสัญชาติไทยปักธงบุก CLMV ตั้งเป้า 5 ปีขึ้นแท่นเบอร์หนึ่ง ในกลุ่มประเทศอาเซียน

ไฮ-คูล ( Hi-Kool) ฟิล์มกรองแสงสัญชาติไทยปักธงบุก CLMV ตั้งเป้า 5 ปีขึ้นแท่นเบอร์หนึ่ง ในกลุ่มประเทศอาเซียน

ไฮ-คูล ( Hi-Kool) ฟิล์มกรองแสงสัญชาติไทยปักธงบุก CLMV ตั้งเป้า 5 ปีขึ้นแท่นเบอร์หนึ่ง ในกลุ่มประเทศอาเซียน

วันที่ 2019-03-05 11:08:48 | ผู้ชม: 419 | ID: #196841


ลีวณิชย์ กางกลยุทธ์การปฏิรูปอุตสาหกรรมฟิล์มกรองแสง สัญชาติไทย ส่งไฮ-คูล (Hi-Kool) เปิดเกมรุกตลาดอาเซียนเต็มสูบ เน้นลุยเจาะกลุ่มประเทศ CLMV พบเศรษฐกิจสดใสเติบโตไม่น้อยกว่า  6% ต่อปี แถมมีความเชื่อมั่นและนิยมบริโภคสินค้าไทย ปักธงประเดิมทำตลาดเวียดนาม เนื่องจากตลาดรถยนต์มีศักยภาพเติบโตสูง และประชาชนมีรายได้เฉลี่ยเติบโตเพิ่มขึ้นด้วย ตามด้วยลาว พม่าและกัมพูชา ตั้งเป้าขึ้นแท่นเบอร์ 1  ในภูมิภาคภายใน 5 ปี หลังทดสอบตลาดต่างประเทศในเวียดนามเพียง 6 เดือน ยอดขายเติบโตกว่า 20 ล้านบาท  ส่วนตลาดในประเทศ ยังครองแชมป์อันดับหนึ่งในประเทศด้วยมาร์เก็ตแชร์ 35 % เผยทั้งปีทำรายได้ 650 ล้าน ตั้งเป้าปี 62 โต 17 % 
 


นายโฉลก วณิชชากรพงศ์ และนายปณชัย วณิชชากรพงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลีวณิชย์ จำกัด
นายโฉลก วณิชชากรพงศ์ และนายปณชัย วณิชชากรพงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลีวณิชย์ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านฟิล์มกรองแสงมากกว่า 35 ปี ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายฟิลม์กรองแสงติดรถยนต์ ฟิลม์อาคาร และฟิล์มนิรภัยสัญชาติไทย ภายใต้แบรนด์ Hi-Kool (ไฮ-คูล) เปิดเผยว่า ไฮ-คูล เป็นฟิล์มกรองแสงที่ได้รับความนิยม และไว้วางใจจากลูกค้าและร้านประดับยนต์ มายาวนานกว่า 35 ปี  และสั่งผลิตพิเศษตามสเปค (customized order) จากโรงงานผลิตที่ดีที่สุดในสหรัฐอเมริกา (The Best Convertor in America) ด้วยนวัตกรรมล่าสุด เรียกว่า “การเคลือบโลหะด้วยระบบสปัทเตอร์ ” (Sputter-Coated Metalizing) จึงทำให้ฟิล์มกรองแสง Hi-Kool มีคุณสมบัติกันความร้อนสูงถึง 84% เหมาะกับสภาพอากาศที่ร้อนจัดในเมืองไทย กันรังสียูวีเป็นสาเหตุหลักของการเกิดมะเร็งผิวหนัง และฝ้า กระ บนใบหน้าได้มากกว่า 99% โดยมียอดติดตั้งมาแล้วหลายล้านคันเป็นฟิล์มกรองแสงที่ได้รับความนิยมสูงสุดในปัจจุบันด้วยจุดเด่นรับประกันอายุการใช้งานยาวนานกว่า7 ปี และมีมาร์เกตแชร์เป็นอันดับ 1 ด้วยส่วนแบ่งการตลาด 35 % 

ทั้งนี้ บริษัทได้วางกลยุทธ์การปฏิรูปอุตสาหกรรมฟิล์มกรองแสงไทย ด้วยการนำแบรนด์ไฮ-คูล ออกทำตลาดในกลุ่มสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ อาเซียน โดยจะเริ่มขยายตลาดไปยังกลุ่มประเทศ CLMV กลุ่มประเทศ กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม ซึ่งมีแนวโน้มเศรษฐกิจโตต่อเนื่องไม่น้อยว่า 6%  กลุ่มประเทศเหล่านี้มีความเชื่อมั่นต่อสินค้าแบรนด์ไทยเป็นอย่างมาก สำหรับประเทศแรกที่เราได้ทำการตลาด คือประเทศเวียดนาม  ซึ่งตลาดรถยนต์มีศักยภาพในการเติบโตสูง  ประชากรมีรายได้เพิ่มมากขึ้น ความนิยมการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลก็เพิ่มสูงขึ้นทุกปี ประกอบกับปี62 ประเทศเวียดนามก็จะมีการผลิตรถยนต์แห่งชาติ ลักษณะเดียวกับโปรตอนของมาเลเซีย  ก็เป็นสัญญาณการเติบโตของตลาดรถยนต์ในประเทศเวียดนามอีกทางหนึ่ง  และพบว่ายอดขาย 10 เดือนแรกของปี 61 ตลาดรถยนต์โดยรวมของเวียดนามเติบโต 5% 
 

แต่หากเจาะลึกลงในรายละเอียดพบว่า กลุ่มรถยนต์นั่งส่วนบุคคล 10 เดือนแรกของปี61  มียอดขาย อยู่ที่ 147,422  คัน  ซึ่งเติบโตจากปี60 ถึง 22% และหากเทียบยอดขายปีต่อปี เพียง10เดือนแรก เราสามารถแซงหน้ายอดขายรวมปี60 ตลอดทั้งปีได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว  
       
“ เรามีแผนที่จะเข้าไปทำตลาดในกลุ่มประเทศ CLMV อย่างเต็มรูปแบบภายใน 3-5 ปี โดยมีเป้ายอดขาย 100-150 ล้านบาท โดยโดยบริษัทได้มีการตั้งทีมพัฒนาธุรกิจ (Business Development) สำหรับทำการตลาดเต็มรูปแบบในประเทศเวียดนาม ภายหลังจากทดลองเปิดตลาดได้รับการตอบรับอย่างดีมาก โดย 6 เดือนที่ผ่านมา สามารถสร้างยอดขายแล้ว 20 ล้านบาท จากตัวเลขดังกล่าวแม้จะดูเป็นตัวเลขที่ยังไม่มากนัก แต่ทำให้เห็น  ทิศทางการนำฟิล์มกรองแสงแบรนด์คนไทย ออกไปบุกทำตลาดต่างประเทศ โดยบริษัทตั้งเป้าส่งแบรนด์ไฮ-คูล ให้มีมาร์เก็ตแชร์อับดับหนึ่ง ในภูมิภาคอาเซียนภายใน 5 ปี 
นายโฉลก กล่าวต่อว่า โดยในช่วง 2 ปีแรกจะเน้นสร้างแบรนด์และขยายตลาดในประเทศกลุ่ม CLMV เวียดนาม ลาว พม่า เขมร แล้วจะเริ่มเข้าไปขยายตลาดในประเทศฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซียต่อไป ทั้งนี้กลยุทธ์สำคัญของการขยายตลาดออกต่างประเทศคือการหาคู่ค้าที่ดี มีศักยภาพในการทำตลาดในประเทศนั้น ๆ  โดยบริษัทได้รับการแนะนำและสนับสนุนจาก กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ด้านการโปรโมทสินค้าแบรนด์คนไทย หลากหลายรูปแบบทั้งด้านการในการสำรวจตลาด (market survey) และการจับคู่ธุรกิจ ( Business Matching) 

ทั้งนี้ในส่วนตลาดในประเทศ ไฮ-คูลยังคงมีมาร์เก็ตแชร์อันดับหนึ่ง ด้านปริมาณการติดตั้ง (จำนวนคัน) โดยมีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 35 % สำหรับมูลค่าตลาดฟิล์มกรองแสงประเทศไทยมีตัวเลขเติบโตประมาณ 12-15%  ต่อปี   ในปี 2561 ตลาดรถยนต์ใหม่มีประมาณ  980,000 คัน เติบโต 12 % และรถเก่าอายุตั้งแต่ 6-7 ปีที่ต้องการเปลี่ยนฟิล์ม (After Market ) มีประมาณ 800,000 คัน เติบโต15-20%  
 

อย่างไรก็ดีในปีนี้คาดว่าจะปีนี้จะมีรายได้ 650 ล้านบาทเติบโตจากปีก่อน 15% แบ่งเป็นรายได้จากยอดขายในประเทศ 630 ล้านบาท และรายได้จากยอดขายต่างประเทศ เฉพาะตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 20 ล้านบาท สำหรับในปี 2562 บริษัทตั้งเป้ามีรายได้ 730 ล้านบาทหรือเติบโต 17 %   โดยแผนการตลาดในปีหน้า บริษัทจะเน้นรักษามาร์เก็ตแชร์ในประเทศ และมุ่งสร้างแบรนด์ และขยายตลาดในต่างประเทศเพื่อเพิ่มรายได้อีกช่องทางหนึ่ง “ด้านการแข่งในตลาดฟิล์มกรองแสง มีการแข่งขันที่ดุเดือนเพิ่มขึ้นทุกปี เนื่องจากมีแบรนด์ใหม่ ๆ เข้ามาเปิดตลาดอย่างต่อเนื่อง แต่สิ่งหนึ่งที่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค คือการมุ่งเน้นคุณภาพสินค้า และการ

พัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ซึ่งก่อนหน้านี้ ไฮ-คูลได้เปิดตัวฟิล์มกรองแสงนวัตกรรมใหม่ ฟิล์มเซรามิคเกรดพรีเมียม Hi-Kool UV Care ที่มี function เหนือกว่าฟิล์มเซรามิคทั่วไปสามารถการป้องกันรังสี UV400 ได้100%  และมีการป้องกันแสง  Blue Light ได้สูงที่สุดในตลาด เมื่อ 2 ปีที่แล้ว เราประสบผลสำเร็จจากการเปิดตัว Hi-Kool Black Carbon ฟิล์มที่ใสเคลียร์เมื่อมองจากภายในดำสนิทเมื่อมองจากภายนอก  จนสร้างปรากฏการณ์ฟิล์มดำที่ใคร ๆ  ก็กล่าวถึง   และในปี2019 บริษัทฯ มีแผนและจะเปิดตัวฟิล์มกรองแสงรุ่นใหม่ ในงาน Motor Show 2019 ซึ่งเป็นฟิล์มกรองแสงที่มีประสิทธิภาพการป้องกันความร้อนที่ดีที่สุดในตลาดฟิล์มกรองแสงในปัจจุบัน ” นายโฉลกกล่าวทิ้งท้าย

 

 



Related